ช่วงนี้ถ้าใครอยู่ในวงการนาฬิกา จะรู้เลยว่าบรรยากาศมัน “ไม่นิ่ง” เท่าไหร่ เพราะมีข่าวใหญ่ออกมาว่า Rolex ตัดสินใจ “ยุติการผลิต” นาฬิกา 2 รุ่นดัง
- GMT-Master II ‘Pepsi’
- Submariner ‘Cookie Monster’
แค่ได้ยินชื่อรุ่นก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา เพราะทั้งสองรุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปที่คนตามหากันหนักมากอยู่แล้ว คำถามคือ…นี่คือเรื่องจริงที่กระทบตลาด หรือแค่หมากเกมการตลาดของ Rolex กันแน่?

ถ้าพูดถึง Rolex แล้วไม่พูดถึง Pepsi คือเหมือนมาไม่ถึง รุ่นนี้มันเด่นตั้งแต่ขอบสีแดง-น้ำเงิน ที่เห็นปุ๊บรู้เลยว่า “ใช่” มันไม่ใช่แค่นาฬิกาสวย แต่มีเรื่องราว มีประวัติ และมีความเป็นตำนานอยู่ในตัว หลายปีที่ผ่านมา ใครอยากได้ Pepsi ต้องทำใจเรื่อง “รอ” บางคนรอเป็นปี บางคนไม่ได้แม้แต่จะมีสิทธิ์ซื้อ แล้วพอมีข่าวว่าเลิกผลิต… มันเลยกลายเป็นว่า ของที่เคยหายากอยู่แล้ว จะยิ่งหายากกว่าเดิม

ส่วนฝั่ง Cookie Monster บอกเลยว่าเป็นอีก vibe หนึ่งเลย มันไม่ใช่ Rolex ที่ดูเรียบ ๆ แต่เป็น Rolex ที่ “รู้ว่าตัวเองแพง”
สีน้ำเงินทั้งเรือน และ ตัวเรือนทองคำขาว ทำให้มันดูเด่นแบบไม่ต้องพยายาม คนที่ซื้อรุ่นนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อเพราะอยากเริ่มต้น แต่ซื้อเพราะ “รู้ว่ากำลังเล่นอะไรอยู่” และพอเลิกผลิต มันก็จะไม่ใช่แค่สวย แต่มันจะกลายเป็น “ของที่คนอยากได้แต่หาไม่ได้”
แล้วราคาจะขึ้นจริงไหม?
เอาแบบพูดตรง ๆ เลยนะ มีโอกาสขึ้นสูงมาก เหตุผลมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย
- ของใหม่ไม่มีแล้ว
- คนยังอยากได้
- ของในตลาดมีจำกัด
แค่นี้ราคาก็พร้อมจะขยับแล้ว ถ้าย้อนดูอดีต Rolex หลายรุ่นที่เลิกผลิต เช่น Hulk หรือ Batman ราคาก็ขยับขึ้นแทบทุกครั้ง เพราะสุดท้ายแล้ว “ความหายาก” มันแปลว่า “ความมีค่า”



